งานแสดงเครื่องดนตรีของพระราชา .. Vibrato A1LE องค์แรกที่ทูลเกล้าถวาย ยืนดูอยู่นานนึกถึงเรื่องราวหลายเรื่อง..
ยังคงจำวันแรกที่ทูลเกล้าฯถวายแซกโซโฟนได้มิเคยลืมเลือน..
แซกองค์แรกคือ Vibrato A1 รุ่นแรกแม้วันนั้นยังทำงานได้ไม่ดีเหมือน Vibrato A1 ในปัจจุบัน เพราะการออกแบบยังไม่สมบูรณ์ระบบการเปิดปิดลิ้นบางตัวยังทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ผมก็ตัดสินใจถวายก่อนเพราะขณะนั้นเราทำได้ดีที่สุดแค่นี้ จากนั้น ในหลวงก็ฝากบอกมาว่าต้องแก้ตรงไหนบ้างเช่น key Eb ต้องแข็งขึ้นกว่านี้ และจุดอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเราก็รีบแก้ไขตามนั้น ก็พบว่าแซกเล่นได้ดีขึ้นมากและยังใช้ได้อยู่จนทุกวันนี้ ( ปัจจุบันแซกชุดนั้นทั้งหมดถูกเรียกกลับมาแก้ไขไปหมดแล้วรวมทั้งองค์ของในหลวงด้วย ) การที่ผมสร้างแซกที่เป็นพลาสติกนั้นทำให้ผมได้รับคำแนะนำจากกูรูแซกมากหน้าหลายตาทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศแต่สำหรับผมแล้ว ในหลวงคือแซกกูรูตัวจริงเสมอ เพราะระยะเวลาและความหลากหลายของแซกที่ผ่านพระหัตถ์บวกกับพระปรีชาในเชิงช่างแล้วไม่น่าจะมีใครเทียบพ่อหลวงของเราได้เลย วัตถุประสงค์หลักที่ผมถวายเพียงเพราะอยากให้ในหลวงได้ทรงยินดีว่าคนไทยก็ทำแซกได้ ไม่กล้าคาดหวังว่าพระองค์จะทรงแซกของผมเลยเพราะแซกที่พระองค์ท่านมีต้องดีมากๆแน่นอนและมีราคาแพงกว่าของผมหลายเท่านัก
เช้าตรู่วันหนึ่งผมได้รับโทรศัพท์จาก คุณสุวิช อังศวานนธ์ สมาชิกวงอ.ส. ท่านบอกว่าเมื่อคืนพระเจ้าอยู่หัวทรงแซกของผม ดีใจจนบอกไม่ถูก ผมถามว่าเสียงเป็นไงบ้างครับ? คุณสุวิชตอบว่า ท่านทรงอย่างเพราะเลย ! จากวันนั้นเป็นต้นมา เช้าวันอาทิตย์ผมก็จะได้รับโทรศัพท์จากคุณสุวิช อังศวานนธ์ อยู่เป็นระยะ เพื่อบอกว่า เมื่อคืนนี้ท่านทรงแซกโซโฟนของผม ได้ความว่าพระองค์ท่านทรงรับสั่งว่าให้ไปบอกผมว่าท่านทรงแซกของผมเพื่อผมจะได้มีกำลังใจ
วันเวลาผ่านไปผมก็พัฒนาแซกไปทุกๆขณะเท่าที่ความสามารถและทุนทรัพย์จะอำนวย Vibrato A1S, A1SII, A1SG, A1SIII, ทุกรุ่นถูกนำขึ้นทูลเกล้าถวายมาโดยตลอด รวมถึงรุ่น Limited Edition ที่มีหมายเลขประจำตัวเช่น 001/100-100/100 และแน่นอน หมายเลข 009/100 จะต้องถูกเรียกว่า องค์ทุกครั้งไป
ช่วงปลายปี 2012 ผมได้เห็นโครงการช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจนในถิ่นทุรกันดารในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ผมอยากช่วยสนับสนุนด้วยกำลังที่เรามี แล้วก็คิดได้ว่าเรามีศิลปินหลายท่านในหลายประเทศที่เค้าใช้หรือเคยใช้แซกของเราอยู่ เราก็เริ่มโครงการ CD การกุศลโดยอัญเชิญชื่อหนึ่งในบทเพลงพระราชนิพนธ์ " I Think Of You " เป็นชื่ออัลบั้ม โดย " I " คือศิลปินทั้ง 21 คน " You " คือเด็กยากจนในถิ่นทุรกันดาร แนวคิดของอัลบั้มนี้คือ " 21 บทเพลงพระราชนิพนธ์ ,21 ศิลปินแจ๊สจาก10 ประเทศ ,1 แซกโซโฟนของไทย " ผมก็คุยปรึกษากับอาจารย์ ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ ว่าจะมีเพลงอะไรบ้าง แนวเพลงแต่ละเพลงจะเป็นแบบไหน ใครควรจะเล่นเพลงไหน ใช้เวลาบันทึกเสียงอยู่หลายเดือน ใช้เวลาในการขอใบอนุญาตจากสำนักราชอยู่3ปีกว่า ระหว่างรออยู่นั้นผมได้ฝากอาจารย์ ดร. ภาธร ศรีกรานนท์ นำขึ้นทูลเกล้า ซึ่งวันนี้ผมรู้สึกดีใจมากที่ในหลวงได้ทรงฟังก่อนที่เราจะได้ออกขาย กำไรทั้งหมดจากการขายอัลบั้มชุดนี้ จะนำเข้าสมทบกองทุนสนับสนุนการศึกษาเด็กยากจนในถิ่นทุรกันดาร ตัวเงินอาจไม่มากนักแต่ก็เป็นผลงานจากความพยายามเต็มที่ของศิลปินทุกๆท่าน และทุกๆคนที่เกี่ยวข้อง
วันนี้พ่อเราทรงจากไปแล้วแต่สำหรับผมกลับรู้สึกว่าท่านอยู่ใกล้กว่าเดิมอีก เพราะทุกๆเช้าหน้าที่หลักของผมคือต้องทดสอบแซกตัวใหม่ที่กำลังพัฒนาเพื่อออกขายในอนาคตรวมถึงต้องสุ่มทดสอบตัวที่กำลังจะส่งไปขายยังต่างประเทศ เวลาทดสอบผมมองที่พระบรมฉายาลักษณ์เหมือนทุกๆครั้ง แต่คราวนี้ผมก็จะรู้สึกว่าพ่อทรงฟังอยู่ก็ทำให้ต้องตั้งใจกว่าเดิมอีกและรู้สึกอบอุ่นกว่าเดิมอีกด้วย
ผมชื่นใจที่เห็นใครๆลุกขึ้นทำดีให้พ่อ ก็คิดว่าเราจะทำอะไรดีเท่าที่กำลังเรามีและเห็นผลได้ แล้วผมก็นึกขึ้นได้ว่า ระหว่างที่เราออกแซกรุ่นปัจจุบัน A1SIII เราเก็บแซกรุ่นเก่า A1SII เข้าสต๊อกไว้ประมาณ 20 กว่าตัว ผมก็ลงประกาศใน เฟสบุ๊คของเรา ประมาณว่า ถ้าคุณอายุ 10-80 ปี เคยฝันว่าอยากเล่นแซกโซโฟนเพลงของพ่อได้ซักเพลงก่อนตาย ให้มาที่บริษัทผม ผมจะสานฝันให้พวกเขาเอง ไม่มีแซกไม่เป็นไรเพราะ 20กว่าตัวนั้นเราขายขาดทุนให้ 4,000฿ ถ้ามีไม่พอเราให้ยืมเล่นอีก ผมสอนเองไม่เก่งหรอกครับแต่สอนเท่าที่รู้ วันนี้เป็นอาทิตย์ที่สามที่เริ่มสอนมา ได้นักล่าฝันมาประมาณ 20 กว่าคน ส่วนนึงอาจจะแค่อยากได้ของถูกและอาจไม่กลับมาเรียนชั่วโมงที่สอง ผมก็เข้าใจล่ะครับ แต่สิ่งที่ผมได้จากการสอนพวกเค้า ช่างมีคุณค่ากว่าที่ผมคิดไว้มากมาย ผมเข้าใจคำพูดที่พ่อเคยสอนว่าการทำความดีนั้นทำยากและเหนื่อยจังแต่ ผมก็ได้เห็นว่าคนที่ไม่เคยจับแซกโซโฟนเลยเริ่มเล่นแซกของผมแล้วเป็นยังไงบ้าง ได้เห็นสีหน้าเค้าเวลาเสียงแรกดังออกมา ได้เห็นสีหน้าที่เริ่มมั่นใจว่าเค้าจะเล่นมันได้จริงๆ แซกโซโฟนอาจไม่ใช่เครื่องดนตรีที่เล่นง่ายที่สุดและผมก็ไม่คาดหวังว่าทุกคนที่ผมสอนจะเล่นได้ แต่3อาทิตย์ผ่านมาผมได้ยินเสียงแซกจากทุกๆคน อาจใช้เวลาต่างกันบ้างแต่ทุกคนทำให้ผมชื่นใจ บางคนที่ใช้เวลานานกว่าจะเป่าเสียงแรกได้ ผมจะชำเลืองดูรูปพ่อที่ผนังแล้วบอกท่านในใจว่า คนนี้เค้าฝันอยากเล่นเพลงของพ่อครับถ้าเค้าเป่าไม่ดังลูกจะสอนเค้าต่อไม่ได้ จากนั้นอีกอึดใจเดียวผมก็ได้ยินเสียงแรกของเค้าทันที เราก็สอนก็เรียนกันไปจนจบครั้งแรกได้ด้วยดีเพราะพระบารมีโดยแท้ คอร์สของเราจะจบลงเมื่อพวกเค้าทำฝันให้เป็นจริงซึ่งบอกไม่ได้ว่าต้องมาเจอกันกี่ครั้ง แต่การที่สอนให้ฟรีอาจเป็นแรงจูงใจได้ไม่มากก็น้อย